Bridge Estate Logo

สัญญาซื้อขายที่ดิน เช็กอะไรบ้างก่อนเซ็นเพื่อไม่ให้เสียเปรียบ?

Facebookแชร์

ก่อนสัญญาซื้อขายที่ดินเช็กอะไรบ้างก่อนเซ็น

Key Takeaway

  • การซื้อขายที่ดินให้กรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือ ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามหลักของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456

  • ก่อนเซ็นหรือวางเงิน ควรตรวจทั้งคู่สัญญา โฉนด กรรมสิทธิ์ ภาระผูกพัน ราคา มัดจำ วันโอน และเงื่อนไขเมื่อผิดสัญญา

  • แบบสัญญาทั่วไปใช้เป็นโครงตรวจสอบได้ แต่ถ้าเงื่อนไขซับซ้อน มีเงินจำนวนมาก หรือมีข้อจำกัดด้านกรรมสิทธิ์ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจเอกสารก่อนลงนาม


เจอที่ดินทำเลถูกใจ ตกลงราคากับผู้ขายเรียบร้อย เหลือแค่เซ็นเอกสารและจ่ายเงินมัดจำ แต่รู้ไหมว่า สัญญาซื้อขายที่ดินที่กำลังจะเซ็นอาจมีรายละเอียดสำคัญมากกว่าแค่ราคาที่ตกลงกัน? 

ก่อนเซ็นสัญญาหรือจ่ายเงิน ควรเช็กว่าใครเป็นเจ้าของที่ดินและมีสิทธิ์ขาย เช็กข้อมูลในโฉนดและตำแหน่งที่ดิน รวมถึงภาระจำนอง ทางเข้าออก และสภาพที่ดินจริง เพราะสัญญาซื้อขายที่ดินเป็นเอกสารสำคัญที่กำหนดสิทธิ์ หน้าที่ และเงื่อนไขระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย 

มาทำความเข้าใจประเภทสัญญา จุดที่ต้องตรวจสอบ และข้อควรระวังก่อนลงชื่อ เพื่อให้ทุกการตัดสินใจซื้อที่ดินเป็นไปอย่างรอบคอบและมั่นใจ

สัญญาซื้อขายที่ดินคืออะไร?

สัญญาซื้อขายที่ดิน คือข้อตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายเกี่ยวกับราคา การชำระเงิน และเงื่อนไขการโอนกรรมสิทธิ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 การซื้อขายที่ดินแบบเสร็จเด็ดขาดต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดิน มิฉะนั้นจะเป็นโมฆะ

การเซ็นเอกสารซื้อขายกันเองไม่ได้ทำให้กรรมสิทธิ์เปลี่ยนมือทันที ถ้าตกลงว่าจะโอนที่ดินในอนาคต อาจเข้าลักษณะของสัญญาจะซื้อจะขาย ซึ่งมีผลทางกฎหมายต่างกัน

สัญญาซื้อขายที่ดิน ต่างจากสัญญาจะซื้อจะขายอย่างไร?

ประเด็น สัญญาซื้อขายที่ดิน (เสร็จเด็ดขาด) สัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ความหมาย ซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์ให้เสร็จสมบูรณ์ ตกลงซื้อขายและโอนในอนาคต การจดทะเบียน ต้องจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน ยังไม่ต้องจดทะเบียนในขั้นทำสัญญา กรรมสิทธิ์ที่ดิน โอนเมื่อจดทะเบียนถูกต้อง ยังไม่โอนจนกว่าจะจดทะเบียน ผลทางกฎหมาย ไม่ทำตามแบบที่กำหนดถือเป็นโมฆะ อาจฟ้องบังคับได้เมื่อมีหลักฐานตามกฎหมาย

เซ็นสัญญาจะซื้อจะขายแล้วเจ้าของที่ดินเปลี่ยนไหม? คำตอบคือยังไม่เป็นเจ้าของ ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ก่อน

นอกจากนี้ ชื่อสัญญาอย่างเดียวไม่ใช่ตัวกำหนดผลทางกฎหมาย แต่ต้องดูเนื้อหา เจตนาของคู่สัญญา และข้อตกลงเรื่องการโอนในอนาคต จึงไม่ควรเปลี่ยนชื่อเอกสารโดยไม่พิจารณาสาระของสัญญา

ทั้งนี้ มาตรา 456 กำหนดหลักฐานสำหรับฟ้องบังคับตามสัญญาจะซื้อจะขายไว้หลายแบบ เช่น หลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด การวางมัดจำ หรือการชำระหนี้บางส่วน

ซื้อที่ดินเงินสด ต้องทำสัญญาซื้อขายไหม?

ก่อนเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดิน ต้องตรวจอะไรบ้าง?

ซื้อที่ดินด้วยเงินสดก็ต้องทำเอกสารและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน เพราะการซื้อที่ดินเงินสดหมายถึงการใช้เงินตัวเองโดยไม่กู้ธนาคาร ไม่ได้หมายความว่าเมื่อจ่ายเงินครบแล้วจะเป็นเจ้าของที่ดินทันที

ตามกฎหมาย การซื้อขายที่ดินแบบเสร็จเด็ดขาดต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยมีสิ่งสำคัญที่ควรตรวจสอบ 

  • เอกสารซื้อขาย ระบุราคาที่ตกลง เงื่อนไขการชำระเงิน และรายละเอียดการโอนกรรมสิทธิ์

  • หลักฐานการชำระเงิน เก็บหลักฐานการโอนเงินหรือใบรับเงินทุกครั้ง แม้จะชำระเต็มจำนวน

  • การโอนกรรมสิทธิ์ ต้องจดทะเบียน ณ สำนักงานที่ดิน ไม่ใช่แค่ส่งมอบเงินหรือโฉนด

การจ่ายเงินและการโอนกรรมสิทธิ์เป็นคนละขั้นตอน ผู้ซื้อควรเช็กเอกสารและนัดหมายจดทะเบียนโอนให้เรียบร้อย เพื่อให้ได้รับกรรมสิทธิ์ที่ดินตามกฎหมาย

ก่อนเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดิน ต้องตรวจอะไรบ้าง?

1. ตรวจว่าใครเป็นเจ้าของที่ดินและมีสิทธิ์ขายไหม

เริ่มจากเช็กชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนดว่าตรงกับผู้ขายไหม ถ้าผู้ขายดำเนินการแทนเจ้าของ ต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่ถูกต้องและครอบคลุมการขายที่ดิน กรณีมีเจ้าของร่วมหลายคน ควรตรวจสอบสิทธิ์และความยินยอมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่ทำสัญญามีอำนาจขายตามกฎหมาย

2. ตรวจข้อมูลในโฉนดและตำแหน่งที่ดิน

ตรวจสอบเลขที่โฉนด เลขที่ดิน ตำบลหรือแขวง อำเภอหรือเขต จังหวัด และเนื้อที่ให้ตรงกับรายละเอียดในสัญญา พร้อมเปรียบเทียบตำแหน่งแปลงที่ดินกับสถานที่จริง หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวเขต ควรตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินหรือขอรังวัด เพื่อป้องกันการซื้อผิดแปลงหรือได้พื้นที่ไม่ตรงตามที่ตกลง

3. ตรวจจำนองและภาระผูกพัน

ตรวจสอบรายการจดทะเบียนด้านหลังโฉนดและข้อมูลจากสำนักงานที่ดิน ว่ามีการจำนอง ภาระจำยอม หรือสิทธิ์อื่นที่กระทบต่อการใช้ประโยชน์หรือโอนกรรมสิทธิ์ไหม หากพบภาระผูกพัน ควรระบุในสัญญาว่าใครรับผิดชอบ วิธีดำเนินการ และกำหนดปลดภาระก่อนหรือในวันโอน เพื่อป้องกันปัญหาภายหลัง

4. ตรวจทางเข้าออกและสภาพที่ดินจริง

ควรลงพื้นที่ตรวจสอบทางเข้าออก สภาพถนน ระดับที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ พร้อมตรวจว่าทางที่ใช้เป็นทางสาธารณะหรือมีสิทธิ์ผ่านตามกฎหมาย เช่น ภาระจำยอม อย่าอ้างอิงแค่ถนนที่ปรากฏบนแผนที่ เพราะอาจไม่ได้หมายความว่ามีสิทธิใช้ทางนั้น ควรตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนซื้อ

สัญญาซื้อขายที่ดินควรมีข้อความอะไรบ้าง?

สัญญาซื้อขายที่ดินควรมีข้อความอะไรบ้าง?

ข้อมูลคู่สัญญา

มีชื่อและนามสกุลของผู้ซื้อและผู้ขาย เลขบัตรประชาชนหรือข้อมูลตัวบุคคล ที่อยู่ และช่องทางติดต่อให้ครบ โดยข้อมูลต้องตรงกับเอกสารราชการ หากมีผู้รับมอบอำนาจ ควรระบุชื่อและขอบเขตอำนาจตามหนังสือมอบอำนาจ พร้อมกำหนดหน้าที่ของแต่ละฝ่ายในการชำระเงิน จัดเตรียมเอกสาร และดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์

รายละเอียดที่ดิน

มีประเภทเอกสารสิทธิ์ เลขที่โฉนดหรือเลขเอกสารสิทธิ์ เลขที่ดิน ตำบลหรือแขวง อำเภอหรือเขต จังหวัด และเนื้อที่ให้ตรงกับเอกสารราชการ ถ้ามีบ้านหรือสิ่งปลูกสร้างรวมอยู่ในการซื้อขาย ควรบอกรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมตรวจสอบตำแหน่งและขอบเขตที่ดินจริง เพื่อให้รู้ว่าทรัพย์สินที่ซื้อขายครอบคลุมอะไรบ้าง

ราคาซื้อขายและวิธีชำระเงิน

บอกราคาซื้อขายที่ตกลงกัน จำนวนเงินที่ชำระไปแล้ว ยอดคงเหลือ และกำหนดชำระแต่ละงวด พร้อมกำหนดวิธีชำระเงิน เช่น โอนผ่านธนาคารหรือแคชเชียร์เช็ค รวมถึงหลักฐานการรับเงินที่ผู้ขายต้องออกให้ เพื่อให้ตรวจสอบยอดชำระได้ และป้องกันข้อโต้แย้งเรื่องจำนวนเงินหรือกำหนดชำระภายหลัง

เงินมัดจำหรือเงินที่ชำระล่วงหน้า

ถ้ามีการจ่ายเงินก่อนวันโอน ควรบอกว่าเป็นเงินมัดจำ เงินจอง หรือเงินดาวน์ พร้อมจำนวนเงิน วันที่ชำระ และเงื่อนไขการนำไปหักจากราคาซื้อขาย รวมถึงกรณีคืนเงินหรือริบเงินตามข้อตกลง เพราะเงินแต่ละประเภทอาจมีผลทางกฎหมายต่างกัน จึงไม่ควรใช้คำสลับกันโดยไม่ตรวจสอบความหมาย

วันและสถานที่โอนกรรมสิทธิ์

กำหนดวันโอนกรรมสิทธิ์หรือเงื่อนไขในการนัดหมาย พร้อมสำนักงานที่ดินที่รับผิดชอบ และหน้าที่ของแต่ละฝ่ายในการเตรียมเอกสาร เช่น บัตรประชาชน โฉนดที่ดิน หรือหนังสือมอบอำนาจ หากมีเหตุให้เลื่อนวันโอน ควรกำหนดวิธีแจ้งและตกลงวันใหม่ เพื่อให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเตรียมตัวได้ทันเวลา

ค่าใช้จ่ายใครเป็นผู้รับผิดชอบ

บอกผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายแต่ละรายการแทนการเขียนรวมว่าให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจ่ายทั้งหมด แยกค่าธรรมเนียมการโอน ภาษีเงินได้ ภาษีธุรกิจเฉพาะหรืออากรแสตมป์ตามกรณี รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง ควรเช็กอัตราและเงื่อนไขล่าสุดกับสำนักงานที่ดินก่อนทำสัญญา เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายวางแผนงบประมาณได้เหมาะสม

เงื่อนไขกรณีผิดสัญญา

กำหนดแนวทางรับผิดชอบหากฝ่ายใดไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง เช่น ผู้ซื้อไม่ชำระเงินตามกำหนด ผู้ขายไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ หรือมีเหตุให้ยกเลิกสัญญา ควรบอกวิธีจัดการเงินที่ชำระแล้ว การคืนเงิน และค่าเสียหายตามเงื่อนไขที่ตกลงกันอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยลดข้อพิพาทเมื่อเกิดปัญหา

สัญญาซื้อขายที่ดินเขียนเองได้ไหม?

สัญญาซื้อขายที่ดินสามารถร่างเองได้ ผู้ซื้อและผู้ขายทำข้อตกลงเรื่องราคา การชำระเงิน และเงื่อนไขการโอนกรรมสิทธิ์ได้ แต่การเซ็นเอกสารกันเองไม่สามารถทดแทนการจดทะเบียนซื้อขายที่สำนักงานที่ดินตามกฎหมายได้ ถ้าธุรกรรมมีรายละเอียดซับซ้อน ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเช็กก่อนลงนาม เพื่อลดความเสี่ยงจากเงื่อนไขที่ไม่ครบหรืออาจเกิดข้อพิพาททีหลัง

กรณีไหนควรให้ทนายตรวจสัญญา?

แม้จะร่างสัญญาเองได้ แต่บางกรณีมีรายละเอียดด้านกรรมสิทธิ์และข้อกฎหมายที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม 

โดยเฉพาะเมื่อ…

  • ที่ดินมีราคาสูง มีมูลค่าธุรกรรมหรือความเสี่ยงทางการเงินสูง

  • มีเจ้าของหลายคน ต้องตรวจสอบสิทธิ์และความยินยอมของเจ้าของร่วม

  • ที่ดินติดจำนอง ต้องกำหนดเงื่อนไขการไถ่ถอนก่อนหรือในวันโอน

  • มีภาระผูกพัน เช่น ภาระจำยอมหรือสิทธิ์ของบุคคลอื่น

  • ซื้อที่ดินบางส่วน ต้องตรวจสอบแนวเขตและขั้นตอนแบ่งแยกโฉนด

  • มีเงื่อนไขแบ่งแยก ต้องกำหนดผู้รับผิดชอบและระยะเวลาดำเนินการ

  • คู่สัญญาเป็นนิติบุคคล ต้องตรวจสอบอำนาจลงนามและเอกสารบริษัท

  • มีคู่สัญญาเป็นชาวต่างชาติ ต้องตรวจสอบข้อจำกัดในการถือครองที่ดินตามกฎหมายไทย

  • มีข้อพิพาทเกี่ยวกับที่ดิน เช่น แนวเขต กรรมสิทธิ์ หรือสิทธิ์ทางเข้าออก

การให้ทนายตรวจสอบสัญญาช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ขายเข้าใจสิทธิ์ หน้าที่ และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ ลดโอกาสเกิดปัญหาในขั้นตอนโอนกรรมสิทธิ์

ตัวอย่างโครงสัญญาซื้อขายที่ดิน ควรมีอะไรบ้าง?

ตัวอย่างโครงสัญญาซื้อขายที่ดิน ควรมีอะไรบ้าง?
  1. ชื่อเอกสาร ระบุประเภทสัญญาให้เหมาะกับข้อตกลงจริง

  2. วันที่และสถานที่จัดทำ บอกวัน เดือน ปี และสถานที่ทำสัญญา

  3. รายละเอียดผู้ซื้อ ชื่อ นามสกุล ข้อมูลบอกตัวบุคคล และที่อยู่

  4. รายละเอียดผู้ขาย ข้อมูลเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีอำนาจขาย

  5. รายละเอียดที่ดิน เลขที่โฉนด เลขที่ดิน ที่ตั้ง เนื้อที่ และเอกสารสิทธิ์

  6. ราคาที่ตกลง ระบุราคาซื้อขายที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ

  7. เงินที่ชำระแล้ว ระบุจำนวนเงินมัดจำหรือเงินชำระล่วงหน้า

  8. วิธีชำระยอดคงเหลือ กำหนดจำนวนเงิน วิธีจ่าย และวันครบกำหนด

  9. กำหนดวันโอนกรรมสิทธิ์ บอกวันนัดหมายและสำนักงานที่ดิน

  10. หน้าที่ผู้ขายก่อนวันโอน เช่น การปลดจำนองหรือจัดเตรียมเอกสาร

  11. ค่าใช้จ่ายและภาษี แจกแจงรายการและผู้รับผิดชอบแต่ละส่วน

  12. การส่งมอบที่ดิน บอกวันส่งมอบและสภาพที่ดินตามข้อตกลง

  13. เงื่อนไขผิดสัญญา กำหนดแนวทางจัดการกรณีผิดนัด ยกเลิกสัญญา หรือคืนเงิน

  14. การแก้ไขข้อตกลง บอกวิธีเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ

  15. ลายมือชื่อ ผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้รับมอบอำนาจ หรือพยานตามกรณี

ข้อควรรู้ โครงสร้างข้างต้นเป็นแค่แนวทางตรวจสอบหัวข้อในสัญญา ไม่ใช่แบบสัญญาสำเร็จรูปที่ใช้ได้กับทุกกรณี เพราะรายละเอียดและผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกรรม โดยเฉพาะสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกับการซื้อขายเสร็จเด็ดขาดซึ่งมีข้อกำหนดต่างกัน หากมีเงื่อนไขซับซ้อน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนลงนาม

เอกสารและขั้นตอนโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน

หลังเซ็นสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินแล้ว ขั้นต่อไปคือการเตรียมเอกสาร ตรวจสอบเงื่อนไข และนัดหมายโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน โดยแบ่งเป็น 2 ช่วงสำคัญ เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ขายเตรียมตัวได้ครบ

ก่อนวันโอน

ควรเช็กข้อมูลและเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจทำให้การโอนกรรมสิทธิ์ล่าช้า

  • ข้อมูลคู่สัญญา ยืนยันชื่อผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้มีอำนาจดำเนินการให้ตรงกับเอกสาร

  • เอกสารสิทธิ์ ตรวจสอบโฉนดที่ดินและรายละเอียดแปลงที่ตกลงซื้อขาย

  • ยอดชำระเงิน สรุปราคาคงเหลือ วิธีชำระ และค่าใช้จ่ายในวันโอน

  • ภาระผูกพัน ตรวจสอบจำนอง ภาระจำยอม และเงื่อนไขที่ต้องดำเนินการก่อนโอน

  • เอกสารประกอบ เตรียมเอกสารส่วนบุคคลหรือนิติบุคคลตามสถานะคู่สัญญา

  • นัดหมายโอน ยืนยันวัน เวลา และสำนักงานที่ดินที่รับผิดชอบพื้นที่

ในวันโอน

ผู้ซื้อและผู้ขายหรือผู้รับมอบอำนาจดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงานที่ดิน มีลำดับหลักๆ ดังนี้

  1. ยื่นเอกสาร เจ้าหน้าที่ตรวจสอบตัวตน เอกสารสิทธิ์ และข้อมูลการซื้อขาย

  2. ตรวจสอบและประเมินค่าใช้จ่าย เจ้าหน้าที่พิจารณารายการจดทะเบียน พร้อมคำนวณค่าธรรมเนียม ภาษี และอากรตามกรณี

  3. ชำระเงินและลงนาม คู่สัญญาชำระเงินตามข้อตกลง ชำระค่าใช้จ่ายราชการ และลงนามในเอกสารที่เกี่ยวข้อง

  4. จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ เจ้าหน้าที่จดทะเบียนและปรับปรุงรายการในเอกสารสิทธิ์ตามขั้นตอน

ถ้าไปสำนักงานที่ดินด้วยตัวเองไม่ได้ทำอย่างไร? สามารถทำผ่านผู้รับมอบอำนาจได้ตามเงื่อนไข ควรตรวจสอบแบบหนังสือมอบอำนาจ เอกสารประกอบ และข้อกำหนดกับสำนักงานที่ดินล่วงหน้า เพราะแต่ละธุรกรรมอาจใช้เอกสารแตกต่างกัน

ซื้อขายที่ดินมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

  1. ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดิน ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนด

  2. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ภาษีที่เกี่ยวกับรายได้จากการขายที่ดิน วิธีคำนวณขึ้นอยู่กับสถานะผู้ขายและเงื่อนไขตามกฎหมาย

  3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ เรียกเก็บในกรณีที่การขายที่ดินเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย เช่น ลักษณะธุรกรรมและระยะเวลาถือครอง

  4. อากรแสตมป์ ค่าอากรที่เกี่ยวกับการโอนอสังหาริมทรัพย์ในกรณีที่กฎหมายกำหนด ต้องพิจารณาความเกี่ยวข้องกับภาษีธุรกิจเฉพาะด้วย

  5. ค่าใช้จ่ายอื่นตามธุรกรรม เช่น ค่าจดทะเบียนจำนอง ค่าไถ่ถอนจำนอง หรือค่าดำเนินการอื่นตามข้อตกลงและลักษณะการซื้อขาย

ค่าโอนใครเป็นคนจ่าย?

ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถตกลงแบ่งค่าใช้จ่ายการโอนกรรมสิทธิ์กันได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 457 วางหลักให้ทั้งสองฝ่ายรับผิดชอบค่าธรรมเนียมทำสัญญาซื้อขายเท่ากัน ถ้าไม่ได้ตกลงเป็นอย่างอื่น

ภาษีและค่าใช้จ่ายแต่ละประเภทมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายแยกต่างหาก จึงไม่ควรสรุปว่าทุกค่าใช้จ่ายต้องหารครึ่งเสมอ ควรระบุในสัญญาว่าฝ่ายใดรับผิดชอบรายการใด เพื่อป้องกันข้อโต้แย้งในวันโอนกรรมสิทธิ์

7 จุดที่ควรเช็กอีกครั้งก่อนเซ็นสัญญาซื้อขายที่ดิน

  1. ผู้ขายมีสิทธิ์ขายจริงไหม? ตรวจสอบชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโฉนด หากมีผู้รับมอบอำนาจหรือเจ้าของร่วม ต้องตรวจสอบสิทธิ์และอำนาจที่เกี่ยวข้อง

  2. รายละเอียดที่ดินตรงกันไหม? เช็กเลขที่โฉนด เลขที่ดิน ที่ตั้ง และเนื้อที่ให้ตรงกับแปลงที่ตกลงซื้อและสภาพจริง

  3. ที่ดินมีภาระผูกพันไหม? ตรวจสอบจำนอง ภาระจำยอม หรือสิทธิ์ของบุคคลอื่น พร้อมบอกวิธีจัดการก่อนโอน

  4. ราคาและวิธีชำระเงินครบไหม? ตรวจสอบราคาซื้อขาย ยอดชำระแล้ว ยอดคงเหลือ วิธีจ่าย และกำหนดชำระเงิน

  5. เงื่อนไขเงินมัดจำระบุไว้ไหม? ตรวจสอบจำนวนเงิน เงื่อนไขการคืนหรือริบมัดจำ และผลเมื่อฝ่ายใดผิดข้อตกลง

  6. วันโอนและค่าใช้จ่ายตกลงกันหรือยัง? ระบุวันโอน สำนักงานที่ดิน และผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียม ภาษี และค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ

  7. มีเงื่อนไขพิเศษที่ต้องตรวจสอบไหม? เช่น การแบ่งแยกที่ดิน ข้อพิพาทเรื่องแนวเขต หรือสิทธิ์ทางเข้าออก ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจสอบก่อนเซ็น

การอ่านสัญญารอบสุดท้ายไม่ใช่แค่ตรวจคำผิด แต่ต้องดูว่าข้อมูลที่ดิน สิทธิ์ของผู้ขาย การชำระเงิน และเงื่อนไขการโอนตรงกับที่ตกลงไหม หากพบข้อสงสัย ควรตรวจสอบและแก้ไขก่อนลงนามหรือจ่ายเงินมัดจำ

ซื้อขายที่ดินราบรื่น แค่เตรียมข้อมูลและขั้นตอนให้พร้อม

การซื้อขายที่ดินมีหลายขั้นตอน ตั้งแต่ค้นหา ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ประสานงานระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ไปจนถึงเตรียมเอกสารก่อนวันโอน การมีข้อมูลครบและทีมช่วยประสานงานจึงช่วยลดความยุ่งยาก ให้ทุกการตัดสินใจมั่นใจมากขึ้น

Bridge Thailand พร้อมเชื่อมทุกความต้องการด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้วยบริการแบบ One-Stop Service ที่ช่วยดูแลและประสานงานตลอดกระบวนการ 

  • Resale บริการซื้อขายต่ออสังหาริมทรัพย์ พร้อมช่วยประสานงานระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

  • Property Consultancy ให้คำปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อช่วยเลือกทรัพย์ที่เหมาะกับความต้องการและเป้าหมาย

  • End-to-End Coordination ช่วยประสานงานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงขั้นตอนที่เกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์

เชื่อมทุกความต้องการ สู่ที่ดินที่ใช่กับ Bridge Thailand พร้อมให้คำปรึกษาและช่วยดูแลกระบวนการซื้อขาย เพื่อให้การเริ่มต้นกับอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการเป็นเรื่องง่ายขึ้น

สรุป

สัญญาซื้อขายที่ดินเป็นเอกสารสำคัญที่กำหนดสิทธิ์ หน้าที่ และเงื่อนไขระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ก่อนลงนามควรตรวจสอบชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ ข้อมูลโฉนด ตำแหน่งที่ดิน ภาระจำนอง และสิทธิ์ทางเข้าออก รวมถึงบอกราคาซื้อขาย เงินมัดจำ วิธีชำระเงิน วันโอน และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ครบ 

แม้จะซื้อที่ดินด้วยเงินสดหรือทำสัญญากันเอง ก็ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินตามกฎหมาย ถ้ามีเงื่อนไขซับซ้อน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก่อนตัดสินใจ เพื่อลดข้อผิดพลาดและข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง

เชื่อมทุกความต้องการ สู่บ้านที่ใช่กับ Bridge Thailand พร้อมบริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบ One-Stop Service ทั้งการค้นหา ให้คำปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ บริการซื้อขายต่อ และการประสานงานแบบ End-to-End เชื่อมต่อทุกขั้นตอนการซื้อขาย ให้การเลือกอสังหาริมทรัพย์สะดวกขึ้น

คำถามที่พบบ่อย